ซาอุดีอาระเบียจวกมติวุฒิสภาสหรัฐ “คือการแทรกแซง”

รัฐบาลซาอุดีอาระเบียแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก ต่อมติของวุฒิสภาสหรัฐ ซึ่งกล่าวว่ามกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ทรงอยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของนายจามาล คาช็อกกี และการสั่งยุติอำนาจของทำเนียบขาวในสงครามเยเมน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ว่ากระทรวงการต่างประเทศของซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ ผ่านสำนักข่าวซาอุดีเพรสซึ่งเป็นสำนักข่าวแห่งชาติ ประณามมติของวุฒิสภาสหรัฐ ซึ่งมีการหยั่งเสียงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ประณามเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ว่าทรงมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการฆาตกรรมนายจามาล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวชาวซาอุดีอาระเบียซึ่งวิจารณ์รัฐบาลริยาด และจำกัดอำนาจของทำเนียบขาวซึ่งสนับสนุนภารกิจทางทหารของรัฐบาลริยาดในสงครามเยเมน ว่าเป็น “การแทรกแซงกิจการภายในอย่างโจ่งแจ้ง”
 
ทั้งนี้ เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุด้วยว่า มติดังกล่าวของวุฒิสภาสหรัฐแม้ไม่มีผลผูกพันในทางกฎหมาย และและมีความเป็นไปได้มากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะใช้อำนาจวีโต้มติดังกล่าว แต่รัฐบาลริยาดมองว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้นยังถือเป็น “ความผิดพลาด” และจะกลายเป็นการสนับสนุนกลุ่มบุคคลซึ่งต้องการทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างซาอุดีอาระเบียกับรัฐบาลวอชิงตัน จึงขอเรียกร้องและแสดงความหวังว่านับจากนี้ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐจะหลีกเลี่ยง “การแสดงท่าทีใดก็ตาม” ที่จะเป็นการบ่อนทำลายความสัมพันธ์ทางยุทธศาตร์ระหว่างกัน “ซึ่งมีความสำคัญ”

ในอีกด้านหนึ่ง นายมาร์ติน กริฟฟิธส์ ทูตพิเศษด้านกิจการเยเมนของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) กล่าวเรียกร้องคู่กรณีในสงครามเยเมนคือกองกำลังพันธมิตรอาหรับนำโดยซาอุดีอาระเบีย และกลุ่มกบฏฮูตีซึ่งฝักใฝ่อิหร่าน เคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงที่เมืองท่าโฮไดดาห์ “อย่างเคร่งครัด” หลังผู้แทนของทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันในข้อตกลง ที่กรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดน เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็นเป็นสักขีพยาน แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงมีรายงานการสู้รบกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 29 คน แบ่งเป็นสมาชิกฮูตี 22 คน ส่วนที่เหลือเป็นทหารของรัฐบาลเยเมนและพันธมิตร ขณะที่ชาวเมืองโฮไดดาห์กล่าวเป็นเสียงเดียวกัน ไม่เชื่อว่าข้อตกลงนี้ “จะคงอยู่ได้นาน”.