‘สหรัฐฯ’งดเชิญ‘ปักกิ่ง’ร่วมซ้อมรบทางนาวี‘ริมแพค’ อ้างเหตุ‘มังกร’เพิ่มแสนยานุภาพที่ทะเลจีนใต้

โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) แถลงว่าจะไม่เชิญจีนเข้าร่วมการฝึก “ริมมหาสมุทรแพค” ในปีนี้ ด้วยเหตุผลว่าการที่ปักกิ่งเพิ่มแสนยานุภาพทางทหารอย่างต่อเนื่องในทะเลจีนใต้ เป็นสิ่งที่ “ไม่สอดคล้องกับหลักการและวัตถุประสงค์ประการต่างๆ ของการฝึกริมแพค”

สหรัฐฯได้ตัดสินใจไม่เชื้อเชิญจีนเข้าร่วมการฝึกร่วมทางนาวีริมแปซิฟิก ซึ่งจัดขึ้นที่น่านน้ำใกล้ๆ ฮาวาย ทั้งนี้ตามคำแถลงจากกระทรวงกลาโหมอเมริกันในวันพุธ (23 พ.ค.)

การฝึกริมมหาสมุทรแปซิฟิก (Rim of the Pacific Exercise หรือ RIMPAC ริมแพค) ซึ่งสหรัฐฯเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี โดยเชิญกองทัพเรือของบรรดาประเทศริมแปซิฟิกเข้าร่วม จนได้ชื่อว่าเป็นการฝึกซ้อมสงครามทางนาวีระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเวลานี้ ระยะปีหลังๆ มา จีนได้รับเชิญให้เข้าร่วมบางส่วนของการฝึกซ้อม เป็นต้นว่า ความปลอดภัยของเรือดำน้ำ ตลอดจนส่วนประกอบอื่นๆ ของการฝึกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบทำสงคราม

การตัดสินใจไม่เชิญจีนเข้าร่วมเช่นนี้ เพื่อเป็นการแสดงปฏิกิริยาตอบโต้ต่อกิจกรรมของฝ่ายจีนในทะเลจีนใต้ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พันโทคริสโตเฟอร์ โลแกน (Lieutenant Colonel Christopher Logan) แถลง ทั้งนี้ตามรายงานข่าวใน ยูเอสเอ็นไอ (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://news.usni.org/2018/05/23/china-disinvited-participating-2018-rimpac-exercise)

“สหรัฐฯนั้นมุ่งมั่นผูกพันต่อการทำให้ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific) มีเสรีและเปิดกว้าง การที่จีนเพิ่มแสนยานุภาพทางทหารอย่างต่อเนื่องในบริเวณต่างๆ ที่ยังพิพาทกันอยู่ในทะเลจีนใต้ มีแต่จะทำให้ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นและสั่นคลอนเสถียรภาพของภูมิภาค เพื่อเป็นหนึ่งในการตอบโต้เบื้องต้นต่อการที่จีนเพิ่มแสนยานุภาพทางทหารอย่างต่อเนื่องในทะเลจีนใต้ เราจึงงดเชิญกองทัพเรือแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน เข้าร่วมในการฝึกริมแปซิฟิกปี 2018 พฤติกรรมของจีนนั้นไม่สอดคล้องกับหลักการและวัตถุประสงค์ประการต่างๆ ของการฝึกริมแพค” โลแกนระบุ

“เรามีหลักฐานอันหนักแน่นที่ยืนยันว่า จีนได้ติดตั้งประจำการจรวดต่อสู้เรือ, ระบบจรวดจากภาคพื้นสู่อากาศ, และเครื่องมืออุปกรณ์ก่อกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ ในบริเวณต่างๆ ที่หลายชาติยังช่วงชิงกันอยู่ในแถบหมู่เกาะสแปรตลีย์ของทะเลจีนใต้ การที่จีนส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดลงจอดที่เกาะวู้ดดี้ (Woody Island จีนเรียกชื่อว่า หย่งซิง เป็นเกาะใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะพาราเซล ของทะเลจีนใต้ –ผู้แปล) ก็ทำให้ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน” เขาแถลงต่อ

“เราเชื่อว่าการติดตั้งประจำการอาวุธเหล่านี้เมื่อเร็วๆ นี้ และการเพิ่มแสนยานุภาพทางทหารในบริเวณเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เป็นการละเมิดคำมั่นสัญญาที่ประธานาธิบดีสี (จิ้นผิง) ได้เคยให้ไว้กับสหรัฐฯ และกับโลกที่ว่าจะไม่เพิ่มแสนยานุภาพทางทหารในหมู่เกาะสแปรตลีย์”

การตัดสินใจคราวนี้เป็นเครื่องหมายแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงอีกประการหนึ่งในนโยบายความมั่นคงของสหรัฐฯ และก็เป็นการสะท้อนให้เห็นสายสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ลงระหว่างสหรัฐฯกับจีน ทั้งนี้ถึงแม้มีความตึงเครียดหลายๆ ด้านเมื่อปี 2016 แต่รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ แอช คาร์เตอร์ (Ash Carter) ก็ตัดสินใจเชื้อเชิญจีนให้เข้าร่วมริมแพค

เขาอธิบายให้เหตุผลว่า “แนวทางของเราในการสร้างความมั่นคงในภูมิภาคนี้ ก็อย่างที่ผมได้บ่งชี้เอาไว้ ย่อมเป็นการพยายามอยู่เสมอที่จะรวมเอาทุกๆ คนเข้ามา ดังนั้นนี่คือแนวทางพื้นฐานของเรา” และกล่าวต่อไปว่า “ดังนั้นถ้าหากจีนต้องการเข้าร่วม ผมก็คิดว่ามันเป็นเรื่องเหมาะสมสำหรับเราที่จะเชิญมา”

อย่างไรก็ดี การเข้าร่วมของจีนเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดการโต้แย้งกันในสหรัฐฯมายาวนานทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อตอนที่กองทัพเรือจีนถูกกล่าวหาในปี 2014 ว่า กำลังใช้เรือสอดแนมลำหนึ่งคอยรวบรวมข่าวกรองระหว่างที่มีการฝึกริมแพคในปีนั้น

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์